บทที่ 2 ร่มกันฝน 1-2
อีกฝ่ายคล้ายรอคอยการมองของเธออยู่แล้ว ครั้นทั้งสองได้สบตากัน ชายหนุ่มซึ่งมีใบหน้าคล้ายคลึงสามีเธอทุกกระเบียดนิ้วพลันคลี่ยิ้มเป็นกันเอง
“ไง ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ”
หญิงสาวทัดผมอย่างเขินอาย “อ่า...ไม่ได้เจอกันนานเลย”
แต่จะดีมากถ้าเจอกันในสภาพพร้อมรับแขกกว่านี้
แอบตีสีหน้าเซ็งสุดขีด เนื่องจากผันตัวมาเป็นแม่บ้านหลายปี นิสัยรักสวยรักงามของเธอจึงลดน้อยลง ตอนนี้คว้าอะไรมาใส่ก็ได้เพียงแค่ไม่ใช่ผ้าเช็ดพื้น
คีรินคล้ายไม่รับรู้ความเขินอายของเธอ เขาจากบ้านไปอยู่ต่างประเทศนับเจ็ดปีได้ ตอนนี้จึงอยากนำความคุ้นเคยเก่าๆ กลับมาด้วยการเดินเล่นเสียหน่อย
หันไปทางแก้วทิพย์แล้วเอ่ย “เดมาพอดีเลย งั้นให้เธอพาผมชมสวนของแม่หน่อยเป็นไงครับ”
แก้วทิพย์กวาดตามองลูกสะใภ้ ก่อนจะพยักหน้า อย่างไรเสียพวกเขาก็รู้จักกันมานาน แม้ตอนนี้เดหลีจะมีศักดิ์เป็นน้องสะใภ้ พาพี่สามีชมสวนก็ไม่ได้น่าเกลียดอะไร
เมื่อแม่อนุญาตแล้ว ชายหนุ่มก็รุนหลังเดหลีออกจากห้องรับแขก เมื่อหญิงสาวพ้นจากสายตาแม่สามีก็แอบถอนหายใจโล่งอก
คีรินยิ้มอย่างรู้ทัน เดินนำหญิงสาวไปยังสวนหน้าบ้าน รู้ทิศทางดีเสียยิ่งกว่าเธออีก เพียงเท่านี้เดหลีก็รู้แล้วว่าเขาคงไม่ได้ต้องการชมสวน แค่อยากช่วยเธอออกจากสถานการณ์น่าอึดอัดต่างหาก
คีรินเป็นคนช่างเอาใจใส่เสมอต้นเสมอปลายจริงๆ ตั้งแต่สมัยก่อนยังไม่เปลี่ยนแปลง ต่างจากสามีเธอ รายนั้นน่ะ ค่อนข้างขาดความละเอียดอ่อน เขาขี้ลืมมาก ขนาดวันนี้เป็นวันครบรอบแต่งงานแท้ๆ แต่เจ้าตัวกลับไม่แม้แต่จะระแคะระคาย
กระนั้นเดหลีก็เข้าใจได้ ฝาแฝดใช่ว่าจะนิสัยเหมือนกันทั้งหมด อย่างสามีของเธอกับแฝดพี่ของเขา คนน้องค่อนไปโทนร้อน ส่วนคนพี่นั้นก็...
มองมุมปากแสร้งยิ้มของคีริน เดหลีตัดสินใจล้มเลิกการพูดถึงนิสัยใจคอของอีกฝ่าย
“ตอนนี้กลับมาอยู่ไทยแล้วเหรอ” เปลี่ยนเป็นฝ่ายชวนคุยก่อน
“ใช่ ตอนนี้ผมร่วมหุ้นกับเพื่อนเปิดบริษัทออแกไนซ์น่ะ”
“อ้อ ดีจังเลย”
ชายหนุ่มหยุดเดินแล้วหันมามองเธอ “แล้วเดล่ะ นอกจากเป็นแม่บ้านแล้วมีงานอดิเรกที่ชอบรึเปล่า”
เดหลีม้วนผมที่ปรกหน้าผากพลางเอ่ยอย่างลำบากใจ “ไม่เลย ฉันอยู่ว่างๆ น่ะ”
ตาคมหรี่ลง สังเกตหญิงสาวในทุกอิริยาบถ ก่อนจะเปลี่ยนเรื่อง “แล้วกับรันล่ะ...ยังไปได้ดีอยู่ไหม”
เมื่อถามถึงสามี ดวงตาของเดหลีพลันอ่อนโยนขึ้นไม่น้อย สืบเท้าตามหลังคนตัวโตก่อนจะค่อยๆ กล่าว “อืม เขาดีกับฉันมาก...”
ฉับพลันแผ่นหลังกว้างของคนตรงหน้าก็หยุดชะงัก เดหลีไม่ทันมองจึงชนกับเขาปึงใหญ่ ชายหนุ่มหันมารวบคนตัวเล็กไว้ รอจนเธอตั้งหลักได้ค่อยปล่อยมือพลางคุยเรื่องที่ค้างไว้ต่อ
“...แต่เท่าที่ผมได้ยินมา ลับหลังคุณเขากลับไม่ใช่สามีที่ดีขนาดนั้นหนิ”
เดหลีข่มความรู้สึกเจ็บที่จมูก ย่นคิ้วถาม “หมายความว่าไงคะ”
อีกฝ่ายก้มหน้าลงในระยะประชิด กวาดมองปฏิกิริยาของเธอไปด้วยขณะกล่าวเจือยิ้ม “ถ้าอยากรู้ เย็นนี้ก็ออกไปกับผมสิ”
“ออกไป??”
“ใช่ ถ้าอยากรู้ความลับของรัน ก็ไปกับผม”
เดหลีกลับเรือนหอเกือบบ่ายสอง แต่เพราะจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวจึงลงมือทำความสะอาดบ้านอีกรอบ กระทั่งรู้ตัวอีกทีนาฬิกาก็หมุนมาถึงเวลา 17.00 น. แล้ว ด้วยความที่ยังติดใจกับประโยคมีลับลมคมในของพี่สามี เธอจึงออกจากบ้านในสภาพเหมือนยายเพิ้ง
คีรินรออยู่ก่อนแล้ว พอเจอหญิงสาวตรงดิ่งมาลานจอดรถของบ้านใหญ่โดยเฉพาะจึงเรียกเธอเอาไว้
“ไง พร้อมไปกับผมแล้วใช่ไหม”
เดหลีมองเขาอย่างชั่งใจ ก่อนจะเป็นฝ่ายเปิดประตูรถเข้าไปนั่งข้างคนขับ เธอใช้เวลาคิดไม่นานนัก สุดท้ายเมื่อตัดความสงสัยออกไปไม่ได้ จึงต้องมาเอาคำตอบด้วยตัวเอง
ชายหนุ่มบอกให้เธอรัดเข็มขัดแล้วออกรถไปยังหมู่บ้านแห่งหนึ่ง จอดรถริมทางซึ่งเป็นจุดบอดที่ไม่มีใครเห็นมองเห็น ผ่านไปประมาณ 30 นาที รถยนต์สุดหรูคันหนึ่งก็วิ่งเข้ามาจอด เดหลีจำได้ทันทีว่านั่นคือรถของสามีตนเอง
หัวใจเต้นช้าลง เลือดลมเหมือนจะไหลเวียนไม่ทัน ยากนักที่เธอจะเก็บงำความตะลึงลานในดวงตาไว้ได้
“ความลับของรัน!!”
คือสิ่งนี้หรือ?
คีรินเห็นหน้าเธอเผือดสีลงในชั่วพริบตาก็เพียงเอ่ย “ใช่...ตกใจนักหรือที่รู้ว่าเขามีอีหนูอยู่ข้างนอก”
ฉับพลันนั้นเอง ฝนที่ไม่มีเค้าลางแต่แรกกลับตกลงมา สาดเทอย่างกับฟ้ารั่ว ทว่าเดหลีไม่รับรู้สิ่งใดอีกแล้ว เปิดประตูรถออกไปด้วยมือสั่นเทา เธออยากเข้าไปดูหน้าชายหญิงคู่นั้นให้ชัดๆ
แต่ถูกคีรินยื้อไว้ เขากอดเธอจากด้านหลัง ยกมือข้างหนึ่งปิดตาแล้วกระซิบบอก
“ฟังสิ”
เดหลีเงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจ คลับคล้ายได้ยินเสียงหัวเราะของผู้หญิงดังลอยมา ตามด้วยน้ำเสียงไพเราะของสามีที่กระซิบกระซาบกัน จากนั้นเป็นเสียงกางร่ม...
หัวใจพลันปวดแสบปวดร้อนราวกับถูกแส้โบยแล้วโรยเกลือ น้ำอุ่นคลอขอบตาก่อนจะไหลรินลงมาอย่างเงียบงัน
คีรินนิ่วหน้าเมื่อรับรู้ถึงความร้อนที่ราวกับน้ำกรดนั้น จึงเปลี่ยนเป็นช้อนคางอย่างนุ่มนวล ทว่าปากกลับเอ่ยคำพูดแฝงนัยบีบคั้นเต็มเปี่ยม
“คำว่าตลอดไปสำหรับผู้ชายมันไม่มีอยู่จริงหรอกนะ เห็นนั่นไหม พวกเขากำลังทำเรื่องผิดต่อคุณเพราะฉะนั้นเลิกโง่ และตาสว่างได้แล้ว”
“ร่มกันฝนคันนั้น ผมจำได้ว่ามันเป็นร่มที่เขาใช้ขอคุณเป็นแฟนตอนอายุ 17 นี่นา”
“ตอนนี้เป็นยังไงบ้าง เมื่อเห็นเขาใช้ร่มคันเดิม แต่จีบผู้หญิงคนใหม่”
ก้อนสะอื้นจุกอก ลมหายใจขาดห้วงดั่งคนใกล้ตาย คำพูดอันโหดร้ายของเขาทำให้น้ำตาของเธอยิ่งไหลพรู
เจ็บสิ
เจ็บจะตายอยู่แล้ว
